วันอังคารที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2554

physics in our life.....

แรงของไฟฟ้าสถิต
ไฟฟ้าสถิตคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร 
      ไฟฟ้าสถิต (Static electricity หรือ Electrostatic Charges)
เป็นปรากฏการณ์ที่ปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมีไม่เท่ากันปกติจะแสดงในรูปการดึงดูด,การผลักกันและเกิดประกายไฟ

การเกิดไฟฟ้าสถิต
                การที่ปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมีไม่เท่ากันทำให้เกิดแรงดึงดูดเมื่อวัตถุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุต่างชนิดกันหรือเกิดแรงผลักกัน  เมื่อวัสดุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุชนิดเดียวกันเราสามารถสร้างไฟฟ้าสถิตโดยการนำผิวสัมผัสของวัสดุ 2 ชิ้นมาขัดสีกัน  พลังงานที่เกิดจากการขัดสีกันทำให้ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุจะเกิดการแลกเปลี่ยนกัน  โดยจะเกิดกับวัสดุประเภทที่ไม่นำไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ฉนวน ตัวอย่างเช่น ยาง,พลาสติก และแก้ว   สำหรับวัสดุประเภทที่นำไฟฟ้านั้น โอกาสเกิดปรากฏการณ์ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุไม่เท่ากันนั้นยาก  แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ 
ฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
ปรากฏการณ์ไฟฟ้าสถิต ที่เกิดขึ้นในถุงข้าวสาร 
 ถุงพลาสติกกับเม็ดข้าวสารที่บรรจุอยู่ภายในถุงจะเกิดการเสียดสีกันทำให้ต่างมีประจุไฟฟ้าที่ต่างกัน  ดังนั้นจึงมักเห็นเม็ดข้าวสารเกาะติดอยู่กับถุงพลาสติก ดังรูป (1)


หากเอานิ้วมือแตะด้านนอกของถุงพลาสติกที่มีเม็ดข้าวสารเกาะติดอยู่ดังรูป (2) เม็ดข้าวสารจะเคลื่อนไปเกาะติดบริเวณอื่นแทน  เป็นเพราะเหตุใด ????
ทั้งนี้เป็นเพราะถุงพลาสติกมีประจุไฟฟ้าลบอยู่  เมื่อนิ้วมือเข้าใกล้จึงถูกเหนี่ยวนำให้เกิดประจุไฟฟ้าบวก  ในขณะนั้นเม็ดข้าวสารในถุงซึ่งมีประจุไฟฟ้าลบบวกจะได้รับแรง 2 แรงพร้อมกันคือ  แรงดูดจากถุงพลาสติกที่มีประจะไฟฟ้าลบกับแรงผลักจากนิ้วมือที่มีประจุไฟฟ้าบวก  โดยแรงทั้งสองมีทิศทางตรงกันข้ามและจะหักล้างกัน  ในที่สุดเม็ดข้าวสารจะไม่ได้รับแรงดูดที่บริเวณนี้อีกต่อไป  จึงถูกดูดไปอยู่ที่อื่นแทน

physics in our life.....

แรงของไฟฟ้าสถิต
ไฟฟ้าสถิตคืออะไรและเกิดขึ้นได้อย่างไร
      ไฟฟ้าสถิต (Static electricity หรือ Electrostatic Charges)
เป็นปรากฏการณ์ที่ปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมีไม่เท่ากันปกติจะแสดงในรูปการดึงดูด,การผลักกันและเกิดประกายไฟ

การเกิดไฟฟ้าสถิต
                การที่ปริมาณประจุไฟฟ้าขั้วบวกและขั้วลบบนผิววัสดุมีไม่เท่ากันทำให้เกิดแรงดึงดูดเมื่อวัตถุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุต่างชนิดกันหรือเกิดแรงผลักกัน  เมื่อวัสดุทั้ง 2 ชิ้นมีประจุชนิดเดียวกันเราสามารถสร้างไฟฟ้าสถิตโดยการนำผิวสัมผัสของวัสดุ 2 ชิ้นมาขัดสีกัน  พลังงานที่เกิดจากการขัดสีกันทำให้ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุจะเกิดการแลกเปลี่ยนกัน  โดยจะเกิดกับวัสดุประเภทที่ไม่นำไฟฟ้า หรือที่เรียกว่า ฉนวน ตัวอย่างเช่น ยาง,พลาสติก และแก้ว   สำหรับวัสดุประเภทที่นำไฟฟ้านั้น โอกาสเกิดปรากฏการณ์ประจุไฟฟ้าบนผิววัสดุไม่เท่ากันนั้นยาก  แต่ก็สามารถเกิดขึ้นได้ 
ฟิสิกส์ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
ปรากฏการณ์ไฟฟ้าสถิต ที่เกิดขึ้นในถุงข้าวสาร 
 ถุงพลาสติกกับเม็ดข้าวสารที่บรรจุอยู่ภายในถุงจะเกิดการเสียดสีกันทำให้ต่างมีประจุไฟฟ้าที่ต่างกัน  ดังนั้นจึงมักเห็นเม็ดข้าวสารเกาะติดอยู่กับถุงพลาสติก ดังรูป (1)


หากเอานิ้วมือแตะด้านนอกของถุงพลาสติกที่มีเม็ดข้าวสารเกาะติดอยู่ดังรูป (2) เม็ดข้าวสารจะเคลื่อนไปเกาะติดบริเวณอื่นแทน  เป็นเพราะเหตุใด ????
ทั้งนี้เป็นเพราะถุงพลาสติกมีประจุไฟฟ้าลบอยู่  เมื่อนิ้วมือเข้าใกล้จึงถูกเหนี่ยวนำให้เกิดประจุไฟฟ้าบวก  ในขณะนั้นเม็ดข้าวสารในถุงซึ่งมีประจุไฟฟ้าลบบวกจะได้รับแรง 2 แรงพร้อมกันคือ  แรงดูดจากถุงพลาสติกที่มีประจะไฟฟ้าลบกับแรงผลักจากนิ้วมือที่มีประจุไฟฟ้าบวก  โดยแรงทั้งสองมีทิศทางตรงกันข้ามและจะหักล้างกัน  ในที่สุดเม็ดข้าวสารจะไม่ได้รับแรงดูดที่บริเวณนี้อีกต่อไป  จึงถูกดูดไปอยู่ที่อื่นแทน